Whos online
We have 2 guests onlineStatistic
Content View Hits : 149354| เรื่องน่ารู้ : ประวัติ และพัฒนาการของหุ่นยนต์ |
|
หุ่นยนต์มีเรื่องราวมายาวนานตั้งแต่ยุคโบราณ แต่จะอยู่ในเรื่องเล่าของตำนานปรัมปราเสียเป็นส่วนมาก เช่นในสมัยกรีกโบราณมีตำนานของ ทาลอส (Talos) หุ่นยนต์ทหารยามผู้พิทักษ์เกาะครีต ทำหน้าที่ป้องกันการบุกรุกของศัตรู และขัดขวางมิให้พลเมืองออกจากเกาะโดยมิได้รับราชานุญาตจากกษัตริย์ไมนอส ในตำนานกล่าวว่า ทาลอสคือรูปปั้นทองเหลืองที่ถูกราดด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงสามารถเคลื่อนไหวได้ แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวถึงกลไกขับเคลื่อน แต่ก็เป็นภาพลักษณ์ต้นแบบของหุ่นยนต์จนถึงทุกวันนี้
มนุษย์ได้มีการประดิษฐ์ อุปกรณ์กลที่เคลื่อนไหวได้มานานมากแล้ว โดยในสมัยโบราณชาวกรีกจะเรียกว่า ออโตมาตา (automata) ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "อัตโนมัติ" (autonomous) ในปัจจุบันนั่นเอง
ออโตมาตาชิ้นแรกของโลกเท่าที่มีหลักฐานบันทึกไว้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล (พ.ศ.143) โดย อาร์คายทาส (Archytas of Tarentum) นักคณิตศ่าสตร์และนักประดิษฐ์ชาวกรีก ได้ประดิษฐ์นกพิราบกล (Pigeon) ที่สามารถบินและขยับปีกขึ้นลงได้ โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากไอน้ำ
ออโตมาตาที่ทำงานครบสมบูรณ์รุ่นแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 250 ปีก่อนคริสตกาล (พ.ศ.293) โดย ทซิบิอุส (Ctesibius of Alexandria) นักคณิตศ่าสตร์และนักประดิษฐ์ชาวกรีก ได้ประดิษฐ์นาฬิกาน้ำที่เรียกว่า เครปไซดร้า (Clepsydra) ซึ่งบอกเวลาโดยระดับน้ำ และใช้หลักการของกาลักน้ำเติมน้ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้นาฬิกาน้ำสามารถทำงานได้ใหม่โดยอัตโนมัติ
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 (พ.ศ.543-643) เฮรอน (Heronof Alexandria) นักคณิตศ่าสตร์และนักประดิษฐ์ชาวกรีก ได้สร้างอุปกรณ์ขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคืออุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยไอน้ำ (Aeolipile) หรือเครื่องจักรเฮรอน ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรไอน้ำตัวแรกของโลก
![]()
ปี ค.ศ.1206 (พ.ศ.1749) นักนักประดิษฐ์ชาวมุสลิมชื่อ อัล-จาซารี (Al-jazari) ได้ออกแบบเรือที่มีวงดนตรีหุ่นกลนั่งเล่นดนตรีอยู่ข้างใน 4 ตัว เพื่อถวายความบันเทิงแก่บรรดาแขกของเชื้อพระวงศ์ โดยการขับเคลื่อนของหุ่นกลนั้นใช้พลังงานจากน้ำ และสามารถปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานของหุ่นตีกลองได้โดยการย้ายหมุดไปยังตำแหน่งที่แตกต่างกัน
![]()
ปี ค.ศ.1495 (พ.ศ.2038) ได้พบหลักฐานการออกแบบหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (humnoid) ตัวแรกของโลก จากบันทึกของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ศิลปินและนักประดิษฐ์ชาวอิตาลี เป็นภาพร่างของหุ่นยนต์อัศวินที่มีรายละเอียดกลไกอยู่ภายใน ซึ่งสามารถขยับแขนและศรีษะได้ แต่ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าหุ่นยนต์ที่ออกแบบนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาหรือไม่
![]()
ปี ค.ศ.1737 (พ.ศ.2280) จาร์ค เดอ ฟูคอนซอน (Jacques de Vaucanson ) นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ได้สร้างหุ่นยนต์เป่าฟลุต (Flute Player) ที่เป่าฟลุตออกมาเป็นเพลงได้ถึง 12 เพลงอย่างไพเราะ โดยมีการขยับนิ้วมือที่ทำด้วยไม้และมีปอดเทียมในการขับลมมาเป่าฟลุต และใน 2 ปีถัดมาจาร์ค เดอ ฟูคอนซอน ได้สร้างหุ่นยนต์เล่นแทมโบลีน (Tambourine Player) และหุ่นยนต์เป็ด (Digesting Duck) ที่มีกลไกเคลื่อนไหวกว่า 400 ชิ้น สามารถที่จะขยับปีก แสดงท่าทางการกิน ย่อย(บดเมล็ดพันธุ์พืช) และขับถ่ายได้ ซึ่งถือว่าเป็นหุ่นยนต์ยุคใหม่ที่สามารถทำงานได้จริงเป็นตัวแรกของโลก
![]()
หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ตัวแรกของโลกเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองหรือในช่วงปี ค.ศ.1939-2045 (พ.ศ.2482-2588) ในรูปแบบของระเบิดบิน (flying bomb) ที่มีความฉลาด อาศัยอุปกรณ์ตรวจรู้หรือเซ็นเซอร์ (sensor) เป็นตัวควบคุมการจุดระเบิด
ในช่วงปี ค.ศ.1948-1949 (พ.ศ.2491–2492) วิลเลี่ยม เกรย์ วอลเทอร์ (William Grey Walter) ชาวอเมริกัน สร้างหุ่นยนต์อัตโนมัติที่มีรูปร่างคล้ายเต่าเรียกว่า แมคินา สเปคคูลาทริกซ์ (Machina Speculatrix) ชื่อ เอลเมอร์ (Elmer) และเอลซี่ (Elsie) จากมอเตอร์ไฟฟ้า มีล้อ 3 ล้อเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ และมีอุปกรณ์ตรวจรู้แสง หุ่นยนต์ทั้งสองตัวถูกตั้งการทำงานให้วิ่งเข้าหาแสง และมีความสามารถที่จะเคลื่อนที่หลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ นับว่าเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
![]()
ในปี ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ได้พัฒนาหุ่นยนต์ชื่อ บีสท์ (Beast) ที่มีอุปกรณ์ตรวจรู้แสง และระบบการสะท้อนของคลื่นเสียงโซน่าร์ (sonar) ช่วยในการนำทาง โดยหุ่นยนต์สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ และกลับมาเติมพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเอง
![]()
หุ่นยนต์อุตสาหกรรมตัวแรกของโลก ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1961 (พ.ศ.2504) โดย จอร์จ ดีวอล (George Devol) และ โจเซฟ เอ็นเกลเบอร์เกอร์ (Joseph Engelberger) วิศวกรชาวอเมริกัน ทั้งสองได้ประดิษฐ์แขนกลหุ่นยนต์ สำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรมชื่อ ยูนิเมท (Unimate) และเปิดตัวบริษัทสร้างหุ่นยนต์แห่งแรกของโลกชื่อ ยูนิเมชั่น (Unimation) โดยต่อมาโจเซฟได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งหุ่นยนต์ด้านอุตสาหกรรม”
![]()
ปี ค.ศ.1966 (พ.ศ.2509) เชกกี้ (Shakey) หุ่นยนต์เคลื่อนที่ตัวแรกของโลกที่มีความคิดเป็นของตัวเอง พัฒนาโดยสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด (SRI : Stanford Research Institute) ได้ถือกำเนิดขึ้น เชกกี้มีระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการประมวลผลภาพ (image processing) และอุปกรณ์ตรวจรู้เป็นเครื่องบอกนำทางในการเคลื่อนที่
![]()
ปี ค.ศ.1970 (พ.ศ.2513) หุ่นยนต์ชื่อ ลูน่าโคตร-วัน (Lunokhod 1) สร้างโดยสหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือประเทศรัสเซีย) เป็นหุ่นยนต์ควบคุมจากระยะไกลตัวแรกของโลกที่ขึ้นไปสำรวจสภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ ตัวหุ่นยนต์ประกอบด้วยล้อทั้งหมด 8 ล้อ มีอุปกรณ์ตรวจรู้ต่างๆเช่น กล้องโทรทัศน์ 4 ตัว อุปกรณ์ตรวจรู้รังสีคอสมิกและรังสีเอ็กซ์ (cosmic-ray, X-ray) เป็นต้น หุ่นยนต์ลูน่าโคตร-วัน ถูกออกแบบให้สามารถนำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนได้
![]()
ปี ค.ศ. 1977 (พ.ศ. 2520) ภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ (Star Wars) ได้สร้างจินตนาการถึงหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอัตโนมัติชื่อ อาร์ทูดีทู (R2D2) และหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ชื่อ ซีทรีพีโอ (C3PO) ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังมาก จนทำให้คนรู้จักและสนใจหุ่นยนต์มากขึ้น
20 ปีหลังจากที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมตัวแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่หุ่นยนต์กลับได้รับการพัฒนา และเติบโตอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม การขยายตัวของอุตสาหกรรมทำให้หุ่นยนต์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อทดแทนแรงงานคน และเพิ่มผลผลิต เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า
![]()
หุ่นยนต์มักถูกใช้ในงานที่เสี่ยงอันตราย หรืองานที่ต้องการความแม่นยำและความละเอียดสูง ในช่วงแรกหุ่นยนต์จะยังขาดความสามารถในการเรียนรู้ และทำงานได้อย่างจำกัดโดยอาศัยการรับคำสั่งจากมนุษย์ แต่ต่อมาความสามารถของหุ่นยนต์กลับเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เมื่อโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ต (internet) ตั้งแต่ ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) เป็นต้นมา หุ่นยนต์มีความสามารถ และแข็งแกร่งมากขึ้นจากวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์ วัสดุและโลหะ ความรู้ที่มนุษย์สั่งสมมานานสามารถถ่ายทอดสู่สมองกลของหุ่นยนต์ได้ภายในเสี้ยววินาที
ในปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) ความชาญฉลาดของมนุษย์ถูกท้าทายจากปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) แกรี่ กาสปาโรฟ (Garry Kasparov) แชมป์หมากรุกโลกชาวรัสเซีย สูญเสียชัยชนะให้กับสมองกลที่ชื่อ ดีพบลู (Deep Blue) ชึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) และบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) สมองกลรุ่นใหม่นี้ทำให้หุ่นยนต์มีการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น สามารถทำงานได้ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลภายในสมองกลของหุ่นยนต์เอง โดยไม่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากมนุษย์
![]()
ในปีเดียวกันนั้นเอง โซเจอร์เนอร์ (Sojourner) หุ่นยนต์จากโลกเหยียบดาวอังคารเป็นครั้งแรก รับหน้าที่ในการถ่ายภาพพื้นผิว และเก็บตัวอย่างหิน ในโปรเจ็กส์ พาธฟายน์เดอร์ (Pathfinder) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA: National Aeronautics and Space Administration)
![]()
หุ่นยนต์ได้ถูกพัฒนาความสามารถทางกายภาพ และความคิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทบาทของหุ่นยนต์ได้เปลี่ยนจากเครื่องจักรกลที่ทำงานได้อย่างแม่นยำในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นหุ่นยนต์ที่มีอารมณ์และความรู้สึก ในปี ค.ศ.1999 (พ.ศ.2542) หุ่นยนต์สุนัข ไอโบ้ (Aibo) พัฒนาโดยบริษัทโซนี่ (Sony) ประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นให้มีลักษณะเหมือนสัตว์เลี้ยง มีความรู้สึกตอบสนอง เพื่อให้สามารถเป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้
![]()
![]()
![]()
เนื่องด้วยหุ่นยนต์มีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าเมื่อหุ่นยนต์มาอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ หุ่นยนต์จะช่วยดูแลและปกป้องมนุษย์ และเป็นสื่อกลางการส่งผ่านความรู้ที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ไปสู่รุ่นลูกหลานของมนุษย์ต่อไปได้
|
|
สมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย |
|
Thai Robotics Society |




















